กระชายดำ สมุนไพรสรรพคุณครอบจักรวาล

คุณรู้หรือไม่ ว่าสมุนไพรอย่าง “กระชายดำ” เป็นพืชสมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างมาก  ในปัจจุบัน กระชายดำมักจะเป็นสมุนไพรที่ผู้ผลิตมักนำมาเป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มากมาย  เนื่องจากสมุนไพรกระชายดำนั้นมีคุณประโยชน์ในการบำรุงร่างกายได้หลากหลายส่วน หากคุณต้องการปลูก  กระชายดำหรือรับประทานกระชายดำ  เรามีข้อมูลความรู้เกี่ยวกระชายดำมาฝาก ดังนี้ค่ะ

ประวัติและถิ่นกำเนิดของกระชายดำ 
กระชายดำ มีถิ่นกำเนิดในทวีปเอเชีย แถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยจะพบได้มากในบริเวณ  ประเทศมาเลเซียและประเทศไทย โดยในประเทศไทยมักนิยมปลูกในภาคเหนือ กระชายดำนั้นได้กระจายไป ปลูกในหลากหลายประเทศอีกด้วย คือ จีน อินเดีย และประเทศพม่า 

ลักษณะรูปร่างของกระชายดำ 
กระชายดำ มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ เรียกว่า  Kaempferia parviflora มีลักษณะคล้ายกระชาย แต่มีเนื้อสีม่วง เป็นไม้ล้มลุก มีอายุหลายปี และมีเหง้าอยู่ใต้ดิน กระชายมีลักษณะเป็นทรงกลม มีปุ่มเรียงกันที่ผิว    ใบกระชายดำมีสีเขียว เป็นใบเดี่ยว ตามขอบใบมีหยักเล็กน้อย กระชายดำเป็นพืชที่ชอบที่ร่ม และชอบอากาศ  เย็น นิยมปลูกกันในเดือนเมษายน และเก็บเกี่ยวในเดือนธันวาคม 

สรรพคุณและประโยชน์ของกระชายดำ 

  •  ช่วยปรับสมดุลให้ร่างกาย การรับประทานกระชายดำนั้น จะช่วยบำรุงให้ร่างกายแข็งแรง และ สามารถนำไปรักษาโรคต่าง ๆ ได้ดี หากคุณรับประทานกระชายดำ จะช่วยฟื้นฟูกำลังให้ร่างกาย และช่วยให้ อวัยวะภายในร่างกายทำงานร่วมกันได้ดีขึ้นอีกด้วย  
  • ช่วยให้ระบบการหมุนเวียนของเลือดทำงานดีขึ้น เนื่องจากกระชายดำนั้นมีสรรพคุณในด้านการบำรุงหัวใจและอวัยวะต่าง ๆ ซึ่งหากอวัยวะสำคัญของร่างกายอย่าง “หัวใจ” สามารถทำงานได้ดี และสูบฉีดเลือดได้ดีแล้ว แน่นอนว่า ระบบของเลือดในร่างกายของคุณย่อมดีขึ้นแน่นอน 
  • ช่วยให้ผิวพรรณสดใส เปล่งปลั่ง เนื่องจากกระชายนั้นเป็นเสมือนยาบำรุงเลือด และรักษาระบบฮอร์โมนทั้งของเพศหญิงและเพศชายอีกด้วย เมื่อระบบการทำงานของเลือดและฮอร์โมนดี ก็จะทำให้ผิวพรรณสดใส และดูมีเลือดฝาด อมชมพูอีกด้วยค่ะ
  • เป็นยาอายุวัฒนะ เนื่องจากกระชายดำนั้นมีสรรพคุณในการช่วยชะลอความแก่ คงความอ่อนเยาว์
  • กระชายดำนั้นอาจถือได้ว่าเป็นยาอายุวัฒนะอย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้ เนื่องจากมีประโยชน์และสรรพคุณที่เรียกได้ว่า “ครอบจักรวาล” ยกตัวอย่างเช่น ช่วยชะลอความแก่ ใช้ในการรักษาโรค บำรุงฮอร์โมนเพศหญิงและเพศชาย บำรุงรักษาระบบการหมุนเวียนเลือด เป็นต้น 

ทั้งนี้ การรับประทานกระชายดำนั้น คุณควรปรึกษาแพทย์ปัจจุบันหรือแพทย์แผนโบราณ เพื่อให้ทราบปริมาณและวิธีการรับประทานในแต่ละครั้ง เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อร่างกาย และเพื่อให้สมุนไพรมีผลดี มีประสิทธิภาพนั่นเองค่ะ


ตะไคร้ สมุนไพรไทยช่วยแก้โรค สรรพคุณและประโยชน์ต่างๆ

เมื่อพูดถึงคำว่าสมุนไพรไทยแล้ว พวกเรามักจะนึกถึงพืชจำพวก “ขิง ข่า มะกรูด มะนาว” กันใช่ไหมล่ะคะ รวมถึงผักสมุนไพรกลิ่นหอมอย่าง “ตะไคร้” ที่พวกเราคุ้นเคยกันและเห็นหน้าเห็นตาบ่อยในอาหารไทยหลากหลายอย่าง เช่น ต้มข่าไก่ ต้มยำ เป็นต้น  พูดถึงตะไคร้แล้ว แน่นอนว่า สรรพคุณและประโยชน์ของมัน ไม่ได้มีแค่กลิ่นหอมชวนดม และเป็นเครื่องต้มยำได้เพียงเท่านั้น ถ้าอยากรู้จักให้มากขึ้น ก่อนอื่นเรามารู้จักที่มาของมันก่อนดีกว่าค่ะ

ประวัติและถิ่นกำเนิดของตะไคร้
ตะไคร้นั้นเป็นพืชสมุนไพรในประเทศแถบเอเชียเขตร้อน มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศไทย อินเดีย อินโดนีเซีย ศรีลังกา และพม่าค่ะ

ลักษณะของตะไคร้
ตะไคร้  ชื่อวิทยาศาสตร์ Cymbopogon citratus (DC.) Stapf มีชื่อสามัญเป็นภาษาอังกฤษ คือ Lemon Grass ตะไคร้นั้นเป็นพืชล้มลุก มีลักษณะคล้ายหญ้า ลำต้นของตะไคร้มีความยาวประมาณ 4 – 7 เซนติเมตร มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ตะไคร้มีมากถึง 6 สายพันธุ์ ดังนี้ ตะไคร้ต้น ตะไคร้น้ำ ตะไคร้หางนาค ตะไคร้หางสิงห์ ตะไคร้กอ และตะไคร้หอมค่ะ



ประโยชน์และสรรพคุณของตะไคร้
  • นำไปใช้ในการประกอบอาหารไทย  การปรุงอาหารไทยนั้นประกอบด้วยสมุนไพรไทยจำนวนมาก เช่น ขิง ข่า ขมิ้น มะกรูด เป็นต้น ตะไคร้ก็เช่นกัน เช่น ใช้ในการปรุงรสต้มยำ ต้มข่าไก่ ต้มโคล้ง เป็นต้น และอาหารประเภทพล่า เช่น พล่ากุ้ง เป็นต้น หรือเอาไปใช้เป็นส่วนประกอบของเครื่องแกงไทย ด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้อาหารไทยส่วนใหญ่มีรสชาติจัดจ้าน อีกทั้งยังมีกลิ่นหอมของสมุนไพรไทย และยังดูน่ารับประทานอีกด้วย
  • สามารถนำมาใช้ไล่ยุงและแมลงได้ คุณทราบหรือไม่คะ ? ว่าตะไคร้นั้นสามารถไล่ยุงและแมลงได้ โดยเฉพาะตะไคร้หอม เนื่องจากกลิ่นหอมเฉพาะตัวของตะไคร้นั้น เป็นกลิ่นที่ยุงไม่ชอบ ซึ่งเป็นกลิ่นที่มาจากน้ำหอมของตะไคร้นั่นเองค่ะ คุณสามารถนำตะไคร้หอมมาวางไว้ใกล้ ๆ แหล่งที่มียุงชุกชุมได้  หรือนำน้ำมันหอมของตะไคร้มาทาผิวก็ได้เช่นกันค่ะ จะทำให้ยุงและแมลงบินหนีไป ไม่มากวนใจให้คุณรำคาญอย่างแน่นอน ถือเป็นการไล่ยุงตามแบบวิถีของคนไทย
  • ปัจจุบันเทคโนโลยีก็ได้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น มีการประยุกต์นำน้ำมันจากตะไคร้หอมมาทำเป็นผลิตภัณฑ์กันยุงและแมลงให้ใช้ได้สะดวกมากขึ้นอีกด้วยค่ะ เช่น การทำผลิตภัณฑ์กันยุงที่มีส่วนผสมจากตะไคร้ หรือสเปรย์กันยุง เป็นต้น

ตะไคร้นั้นเป็นสมุนไพรไทยที่มีคุณค่ามากมายและสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลายนะคะ ดังนั้น เราควรหันมาใช้สมุนไพรไทยอย่าง “ตะไคร้” ให้เกิดประโยชน์ดีกว่าค่ะ เพื่อให้คุณมีสุขภาพดีได้ง่าย ๆ โดยที่ไม่ต้องลงทุนใช้เงินแพงโดยเปล่าประโยชน์นั่นเองค่ะ


มะกรูด สุดยอดสมุนไพรดับกลิ่น สรรพคุณและประโยชน์ต่างๆ

มะกรูด เป็นหนึ่งในสมุนไพรไทยที่มีสรรพคุณหลากหลาย และแน่นอนว่า มะกรูดนั้นถูกนำมาใช้ในการประกอบอาหารไทยเสียส่วนใหญ่ เพราะมะกรูดนั้นมีกลิ่นหอมมาก เมื่อนำไปปรุงอาหารก็จะทำให้อาหารนั้นมีความน่ารับประทาน บวกกับความมีกลิ่นออกเปรี้ยว ใครได้กลิ่นคงออกอาการ “น้ำลายสอ” เป็นแน่ แต่มะกรูดไม่ได้มีประโยชน์เพียงเท่านี้นะคะ ถ้าคุณอยากทราบ เราลองมาดูประวัติ ลักษณะ และประโยชน์ของมะกรูดกันดีกว่าค่ะ

ประวัติและถิ่นกำเนิดของมะกรูด
มะกรูด มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Citrus hystrix DC.ชื่อสามัญ คือ Kaffir lime, Leech lime, Mauritius papeda  มะกรูดนั้นเป็นพืชพื้นเมืองในแถบตะวันออกเฉียงใต้ เช่นเดียวกับมะนาวนั่นเอง เป็นไม้ยืนต้น ไม้เนื้อแข็ง เปลือกไม้มีสีน้ำตาล ใบมีสีเขียว หนา เรียบ ผิวมัน บริเวณใบเต็มไปด้วยต่อมน้ำมัน และมีกลิ่นหอม มะกรูดนั้นมีถิ่นกำเนิดในประเทศลาว อินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย รวมถึงยังได้รับความนิยมในประเทศกัมพูชาและเวียดนามอีกด้วย

สรรพคุณและประโยชน์ของมะกรูด
มะกรูดนั้นถือว่าเป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์อยู่แทบทุกส่วนเลยก็ว่าได้ เราจะมานำเสนอสรรพคุณของมะกรูดตามส่วนต่าง ๆ ของลำต้น ได้แก่ ใบ ผล เปลือก ดังนี้


สรรพคุณของใบมะกรูด
ใบมะกรูดนั้นมีส่วนผสมของน้ำมันหอมเยอะมาก เนื่องจากบริเวณใบมีต่อมน้ำมันอยู่ ใบมะกรูดนั้นสามารถนำมาปรุงอาหารไทย ซึ่งเป็นอาหารประเภทต้มยำ ต้มโคล้ง ต้มข่า เป็นต้น หรือสามารถนำใบมะกรูดหั่นฝอยมาตกแต่งหรือโรยบนหน้าอาหารได้ เช่น ฉู่ฉี่ ห่อหมก เป็นต้น กลิ่นหอมของน้ำมันมะกรูดทำให้คลายเครียดได้ สามารถนำมาใช้ดับกลิ่นคาวของปลาได้ เมื่อนำใบมะกรูดมาใส่ลงในอาหารไทย ก็ทำให้อาหารมีหน้าตาสวยงาม ด และมีกลิ่นหอมน่ารับประทานอีกด้วย


สรรพคุณของผลมะกรูด
ผลหรือลูกมะกรูดนั้นสามารถนำไปบำรุงเหงือกและฟันให้มีสุขภาพดีได้ รวมถึงแก้โรคเลือดออกตามไรฟันด้วย น้ำมะกรูดนั้นสามารถใช้ปรุงรสแทนน้ำมะนาวได้ เนื่องจากมีรสเปรี้ยวเช่นเดียวกัน เช่น ใส่ในแกงส้ม แกงคั่ว เป็นต้น

สรรพคุณของเปลือกมะกรูด
เปลือกของมะกรูดนั้น มีสรรพคุณดีในเรื่องการดับกลิ่น โดยการผ่าลูกมะกรูด บีบน้ำออก แล้วสามารถนำไปวางดับกลิ่นในที่ที่มีกลิ่นอับ ก็ช่วยลดกลิ่นอับได้อย่างดีเลยล่ะค่ะ


จะเห็นได้ว่า มะกรูดนั้นสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้เกือบครบทุกส่วนเลยนะคะ และสรรพคุณในด้านที่เด่นก็คือ การดับกลิ่นคาวหรือกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ได้ดีเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นคาวปลา หรือกลิ่นอับในที่ต่าง ๆ เช่น ห้องน้ำ เป็นต้น เพียงเท่านี้คุณก็ไม่ต้องกังวลในเรื่องกลิ่นอีกต่อไปแล้วค่ะ

โหระพา มีประโยชน์มากกว่าปรุงอาหาร

เมื่อพูดถึงโหระพา ทุกคนก็คงจะนึกถึงผักสมุนไพรที่ใช้ประกอบอาหารไทยในหลากหลายเมนูใช่ไหม คะ ? คุณทราบไหมคะ นอกจากใบโหระพาจะใช้ประกอบในอาหารไทยแล้ว โหระพายังมีสรรพคุณที่ดีต่อ สุขภาพของคุณอย่างไม่คาดคิดด้วย บทความนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับสรรพคุณและประโยชน์ของโหระพาให้ กว้างกว่าเดิม มาดูกันค่ะว่า แท้จริงแล้ว มีสรรพคุณใดอีกบ้างที่เรายังไม่ทราบค่ะ


ประวัติและถิ่นกำเนิดของโหระพา
โหระพานั้นมีถิ่นกำเนิดที่ประเทศในทวีปเอเชียและแอฟริกา เป็นพืชผักพื้นเมืองของอินเดีย ในปัจจุบันโหระพาได้แพร่หลายในเอเชียและตะวันตก โหระพาจัดเป็นพืชในกลุ่มเดียวกับกะเพราและแมงลัก มักจะนำมาใช้ปรุงรสและกลิ่นของอาหารให้น่ารับประทานมากขึ้น

ลักษณะรูปร่างของโหระพา
โหระพา ชื่อวิทยาศาสตร์ Ocimum basilicum Linn. มีชื่อสามัญเป็นภาษาอังกฤษว่า Sweet Basil, Thai Basil. ลำต้นมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมสีม่วงอมแดง ใบมีลักษณะเป็นเดี่ยว รูปไข่หรือรูปวงรี ยาวประมาณ 4-6 เซนติเมตร ดอกมีสีขาวอมแดงม่วง มีเมล็ดสีน้ำตาลเข้ม เมื่อถูกแช่น้ำเป็นระยะเวลานาน จะทำให้เมือกรอบเมล็ดนั้นพองออก คล้ายกับเมล็ดแมงลักนั่นเองค่ะ

สรรพคุณและประโยชน์ของโหระพา
สรรพคุณและประโยชน์ของโหระพา หากแบ่งออกเป็นสัดส่วน จะประกอบด้วย ใบและเมล็ด ดังนี้
  • ใบของโหระพาสามารถนำไปประกอบอาหารได้ ใบของโหระพามีจุดเด่นที่กลิ่นหอม คนไทยจึงนำมาประกอบอาหารประเภทผัด เช่น ผัดเผ็ด แกงเผ็ด  เป็นต้น
  • ใช้เป็นเครื่องเคียงกับอาหารประเภทต่าง ๆ นอกจากจะใช้ประกอบอาหารแล้วนั้น ใบโหระพายังสามารถใช้เป็นเครื่องเคียงไว้รับประทานร่วมกับอาหารได้อีกด้วย เช่น ส้มตำ ลาบ เป็นต้น จะเห็นได้ว่า คนไทยเรานั้นชอบตกแต่งอาหารให้มีหน้าตาสวยงามอยู่เสมอ ซึ่งนอกจากจะทำให้อาหารอร่อยมากขึ้นแล้ว ยังทำให้อาหารนั้นดูน่ารับประทานมากขึ้นอีกด้วยค่ะ สามารถแก้อาการปวดท้องได้ เพียงนำใบโหระพามาชงกับน้ำร้อนแล้วดื่ม เนื่องจากน้ำมันที่อยู่ในใบของหาระพานั้น มีสรรพคุณในการแก้จุกเสียด แน่นท้อง และยังช่วยขับลมอีกด้วย
  • เมล็ดโหระพามีส่วนช่วยในการควบคุมน้ำหนักด้วย เพียงน้ำเมล็ดมาแช่น้ำทิ้งไว้ให้พองตัว เนื่องจากเมล็ดโหระพา มีส่วนช่วยให้การขับถ่ายดีขึ้น และทำให้อิ่มนานขึ้นด้วยค่ะ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ ? พืชสมุนไพรอย่างโหระพานั้นก็มีประโยชน์หลากหลายที่เราก็ไม่ควรมองข้าม ดังนั้น การหันมาใช้สมุนไพรรักษาโรคก็เป็นทางเลือกที่ดีไม่น้อยเลยใช่ไหมล่ะคะ  แต่อย่างไรก็ตาม ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาสมุนไพรเพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพของคุณนะคะ

กะเพรา ผักกลิ่นฉุน มากสรรพคุณและประโยชน์

กะเพราเป็นพืชสมุนไพรไทยที่มีรสจัด และมีกลิ่นฉุน และเป็นสมุนไพรที่คนไทยคุ้นเคยและเห็นหน้าเห็นตาบ่อยมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งใบกะเพรา บางคนอาจเห็นเจ้าใบกะเพรานี้เกือบทุกมื้อเลยด้วยซ้ำ  เพราะเจ้าใบกะเพราเป็นส่วนผสมตัวสำคัญของเมนู “ผัดกะเพรา” เมนูสิ้นคิดยอดฮิตของคนไทยนั่นเอง ถ้าได้ทานคู่กับไข่ดาวสักใบ พร้อมข้าวสวยร้อน ๆ คงเป็นมื้ออาหารที่อร่อยไม่น้อยเลยใช่ไหมคะ

ประวัติและถิ่นกำเนิดของกะเพรา
ต้นกำเนิดของการปลูกต้นกะเพรานั้นอยู่ที่ประเทศอินเดีย ผู้คนนิยมปลูกต้นกะเพราไว้เพื่อเป็นยารักษาโรค เช่น โรคเบาหวาน ไข้หวัด โรคหอบ หรือการถูกแมลงกัด ต่อย ต่อมากะเพราได้เป็นที่รู้จักของหลากหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วย  โดยชาวอินเดียได้ขนานนามให้สมุนไพรอย่างกะเพรานั้นเป็น “ราชินีแห่งสมุนไพร” อีกด้วย

ลักษณะรูปร่างและสรรพคุณของกะเพรา
กะเพรา มีชื่อวิทยาศาสตร์ Ocimum tenuiflorum L.  มีชื่อสามัญ ดังนี้ Holy basil, Sacred basil แบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ กะเพราขาวและกะเพราแดง กะเพราเป็นพืชสวนครัวของคนไทย จัดเป็นไม้ล้มลุก มีความสูงของลำต้นประมาณ 30 – 60 เซนติเมตร มีขนตามลำต้น ใบเป็นใบเดี่ยว ปลายแหลมหรือมน บริเวณใบมีขน


สรรพคุณของกะเพรานั้นแยกออกได้เป็นสัดส่วนของต้น คือ ใบกะเพราและรากกะเพรา ดังนี้ค่ะ
  • การนำใบกะเพรามาประกอบอาหาร  สรรพคุณส่วนให้ที่เราคุ้นเคยกัน ก็คือ การนำใบของกะเพรามาประกอบอาหารนั่นเอง ซึ่งเป็นอาหารที่เราเรียกว่า “ผัดกะเพรา” นั่นเอง กะเพราให้กลิ่นหอมและฉุน ชวนรับประทาน 
  • การรับประทานใบของกะเพราเพื่อลดอาการปวดท้อง ท้องอืด และท้องเฟ้อ เราสามารถรักษาโรคปวดท้อง ด้วยวิธีการธรรมชาติได้ง่าย ๆ เพียงนำใบกะเพราสดไปตากแห้ง มาคั้นหรือชงกับน้ำแล้วดื่ม เพียงเท่านี้อาการปวดท้องก็เบาลงและหายไปในที่สุดค่ะ
  •  น้ำมันกะเพราไล่ยุงได้ เพียงแค่คุณเด็ดใบและตัดกิ่งกะเพราสด ๆ มาจากต้น จากนั้นนำมาขยี้จนได้น้ำมันของกะเพราออกมา เนื่องจากบริเวณใบของต้นกะเพรานั้นมีต่อมน้ำมันอยู่เป็นจำนวนมากนั่นเองค่ะ ยุงและแมลงที่ไม่ชอบกลิ่นก็จะไม่มากวนใจคุณอีกแล้ว ควรนำน้ำมันของกะเพรามาว้างใกล้ตัวคุณ หรืออาจไปวางในจุดอับที่มียุงอยู่ชุกชุมก็ได้ค่ะ เป็นวิธีการไล่ยุงแบบธรรมชาติที่ได้ผลดีเกินคาดเลยล่ะค่ะ
สรรพคุณและประโยชน์ของกะเพรานั้นมีมากมายกว่าที่คิดใช่ไหมคะ ? ดังนั้น หากคุณมีผักสวนครัวมากประโยชน์อย่างกะเพราแล้ว แน่นอนว่าแทบไม่ต้องใช้ยารักษาโรคกันเลย สมกับที่เป็นราชินีแห่งสมุนไพรจริง ๆ ว่าไหมล่ะคะ?